ประวัติความเป็นมา





  • 2560



    ในปี 2560 บริษัทฯ มีพัฒนาการที่สำคัญดังนี้

    1. บริษัทฯ ได้ยื่นคำขอย้ายหลักทรัพย์ของบริษัทฯ ให้เข้าไปทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้อนุมัติให้หลักทรัพย์ฯ ของบริษัทฯ เข้าทำการซื้อขายในกลุ่มทรัพยากร หมวดพลังงานและสาธารณูปโภค ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

    2. วันที่ 3 มีนาคม เวลา 12.00 น. โรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหาดกังหัน 1 ขนาดกำลังการผลิต 36 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดสงขลา เริ่มทำการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD)

    3. มีนาคม 2560 แจ้งการจัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อ บริษัท เอ็มมา คอร์ปอเรชั่น จำกัด ทุนจดทะเบียน 100,000 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 50 ส่วนที่เหลือถือหุ้นโดยนิติบุคคลต่างประเทศ บริษัทย่อยแห่งนี้ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ไฟฟ้า

    4. 11 เมษายน ร่วมสนับสนุนการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม New S-Curve ขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 ทั้งนี้ โครงการตั้งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาดกำลังการผลิต 50 GWh ต่อปีของบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ได้รับการพิจารณาเข้าเป็น Quick win Project ซึ่งได้รับการส่งเสริมอย่างเต็มที่

    5. พฤษภาคม 2560 เริ่มลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานลม จ.ชัยภูมิ 5 โครงการ ขนาดกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 260 เมกะวัตต์ หรือ เรียกรวมว่า “โครงการหนุมาน” มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 20,000 ล้านบาท โดยมีกำหนดแล้วเสร็จภายในปี 2561

    6. พฤษภาคม 2560 แจ้งการจัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อ บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด (EMN) ทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 99.99 บริษัทย่อยแห่งนี้ตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์

    7. วันที่ 10 มิถุนายน เวลา 12.00 น. โรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหาดกังหัน 2 ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มทำการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD)

    8. วันที่ 23 มีนาคม เวลา 12.00 น. โรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหาดกังหัน 3 ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เริ่มทำการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD)

    9. กันยายน 2560 บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10,000,000 บาท เป็น 150,000,000 บาท ซึ่งบริษัทฯ ได้ลดสัดส่วนการถือหุ้นลงจากร้อยละ 99.99 เหลือ ร้อยละ 66.67 เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัท ออนไลน์แอสเซ็ท จำกัด เข้าเป็นพันธมิตรเข้าร่วมลงทุนและพัฒนาธุรกิจร่วมกัน

    10. 12 กันยายน ลงทุนจัดตั้งบริษัท Shenzhen Growatt Power Technology Co., Ltd. ประเทศจีน ด้วยทุนจดทะเบียน US$600,000 บริษัทฯ เข้าถือหุ้นร้อยละ 44 บริษัทแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ เครื่องจักร และอื่นๆ

    11. 3 พฤศจิกายน เข้าลงทุนเพิ่มใน Amita Technology Inc. โดยเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของ Amita ด้วยวิธีการซื้อหุ้นผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (Emerging Stock Market) เป็นจำนวนทั้งสิน้ 7,784,000 หุ้น (สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นร้อยละ 15.49) โดยผลจากการซื้อหุ้นดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ เป็นผุ้ถือหุ้น ใน Amita จำนวนทั้งสิน้ 25,467,289 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50.69 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ Amita

    12. พฤศจิกายน 2560 จัดตั้งบริษัทย่อย ชื่อ บริษัท กรีน เทคโนโลยีรีเสริ์ช จำกัด (GTR) ทุนจดทะเบียน 40,000,000 บาท บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 99.99 บริษัทย่อยแห่งนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันไบโอดีเซล

    ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทฯ มีพนักงานรวมทั้งสิ้น 277 คน สำหรับบริษัทย่อยซึ่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 27 บริษัท มีพนักงานรวมกันทั้งสิ้น 155 คน

    ENERGY ABSOLUTE PUBLIC COMPANY LIMITED



    EA’S SUBSIDIARY COMPANIES

    พัฒนาการที่สำคัญเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว

    บริษัทฯ ได้จัดตั้งบริษัทย่อย (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) ดังต่อไปนี้

    • จัดตั้ง บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด (“EMN”) ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 10,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 1,00,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจติดตั้งและให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพื่อยานพาหนะทุกประเภท

    • จัดตั้ง บริษัท กรีน เทคโนโลยี รีเสิร์ช จำกัด (“GTR”) ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 40,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 4,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจวิจัยและพัฒนา Oleochemical

    • จัดตั้ง บริษัท ไมน์ โมบิลิตี รีเสิร์ช จำกัด (“MMR”) ด้วยทุนจดทะเบียน 10,000,000 บาท และทุนชำระแล้ว 2,500,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัย และพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัทในเครือ

    • จัดตั้ง บริษัท เปย์ป๊อป จำกัด (“POP”) ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนช??ำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัท พลังงานมหานคร จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจทำธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Money)

    • จัดตั้ง บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ บียอนด์ รีเสิร์ช จำกัด (“EBR”) ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ จำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาระบบกักเก็บไฟฟ้า

    • จัดตั้ง บริษัท อีเอ ไบโอ อินโนเวชั่น จำกัด (“EBI”) ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล (B100) และผลิตภัณฑ์พลอยได้

    • บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในบริษัทจัดตั้งใหม่ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ชื่อบริษัท Shenzhen Growatt Power Technology Co.,Ltd., ซึ่งประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายอุปกรณ์ เครื่องจักร และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ในสัดส่วน 44% ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ Shenzhen Growatt Power Technology Co.,Ltd., ด้วยมูลค่าการลงทุนรวม 264,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ

    • บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนเพิ่มเติมโดยการเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของ Amita Technologies Inc. (Amita) ด้วยวิธีการซื้อหุ้นผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน (Emerging Stock Market) คิดเป็นสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มร้อยละ 15.49 โดยผลจากการซื้อหุ้นดังกล่าว ทำให้บริษัทฯ เป็นผู้ถือหุ้นใน Amita คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 50.69 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายแล้วทั้งหมดของ Amita

    • เพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัทย่อย (ทั้งทางตรงและทางอ้อม) ดังต่อไปนี้

    • เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท พลังงานมหานคร จำกัด (“EMN”) จากเดิม 10,000,000 บาท เป็น 150,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 14,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท เอ็นเนอร์จี โซลูชั่น เมเนจเมนท์ จำกัด (“ESM”) จากเดิม 10,000,000 บาท เป็น 110,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 1,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99

    • ปรับลดสัดส่วนการถือหุ้นภายในบริษัทในเครือ โดยบริษัทฯ ลดสัดส่วนการถือหุ้นจากการเพิ่มทุนของบริษัทย่อยทางตรง

    - บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด (“EMN”) ซึ่งจากเดิมบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ที่ร้อยละ 99.99 ปัจจุบันบริษัทฯ ลดสัดส่วนการถือหุ้น คงเหลือประมาณร้อยละ 66.67 โดยมีบริษัท ออนไลน์แอสเซ็ท จำกัด เข้ามาถือหุ้นของ EMN ในสัดส่วนประมาณร้อยละ 33.33

    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจไบโอดีเซล

    • บริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System) ISO 14001 : 2015 และระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (Occupational Health and Safety Management System) OHSAS 18001 : 2007 จาก URS Thailand (United Registrar of Systems (Thailand) Ltd.) ในไตรมาสแรกของปี 2560 Certificate Number : 79935/A/0001/UK/EN (ISO 14001 : 2015) และ Certificate Number: 75535/B/0001/UK/EN (OHSAS 18001: 2007) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้การรับรองมาตรฐานสากล ทั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาปรับปรุงการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม อาชีวอนามัยและความปลอดภัย อย่างเป็นระบบสอดคล้องตามข้อกำหนด กฎหมาย เกิดสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี พนักงานมีความปลอดภัยในการทำงาน และแสดงถึงความมุ่งมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก สร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่องค์กร

    • บริษัทฯ ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรงงาน/อาคารควบคุม (TSIC-ID 20299 -1005) ตามพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2550 ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน และผ่านการตรวจสอบและรับรองรายงานการจัดการพลังงานปี 2559 ตามกฎกระทรวงฯ มาตรฐานการจัดการพลังงาน ในไตรมาสแรกของปี 2560

    • บริษัทฯ ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียว (Green System) ระดับที่ 3 : ระบบสีเขียว (Green System (Gl3) จากกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อรับรองว่าบริษัทฯ ได้มีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ได้มีการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมให้มีการประกอบการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความรับผิดชอบต่อสังคม ให้สามารถอยู่ร่วมกับสังคมและชุมชนได้อย่างมีความสุขไปพร้อมๆ กับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ด้วยการมุ่งเน้นใน 3 เรื่อง ได้แก่

          1.) การพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต

          2.) การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และ

          3.) ความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกองค์กร (ตลอดห่วงโซ่อุปทาน)

    ทั้งนี้จะมีการติดตามประเมินผลและทบทวนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตามการรับรองเลขที่ 3-6471/2561 (สำหรับทะเบียนโรงงานเลขที่ ข3-47(2)-2/52 ปจ.) และ 3-6472/2561 (สำหรับทะเบียนโรงงานเลขที่ ข3-7(1)-1/44 ปจ.)

    • บริษัทฯ ยังคงรักษาระบบบริหารจัดการ มาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO), ระบบบริหารงานคุณภาพ ISO 9001: 2008 (Quality Management Systems) และมาตรฐาน Kosher จากผู้ให้การรับรอง ตลอดระยะเวลาในช่วงปี 2560

    • บริษัทฯ ได้เริ่มแผนการด??ำเนินงานขอรับรองมาตรฐานระบบบริหารคุณภาพ (Quality Management Systems) ISO 9001 : 2015 ซึ่งคาดว่าจะได้รับการรับการรับรองมาตรฐานในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2561

    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

    • บริษัทฯ ได้รับการอนุมัติการขึ้นทะเบียนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Thailand Voluntary Emission Reduction Program : T-VER) กับองค์การบริการจัดการก๊าชเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ซึ่งเป็นโครงการที่ อบก. พัฒนาขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจกในประเทศโดยความสมัครใจ และสามารนำปริมาณการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้น ที่เรียกว่าคาร์บอนเครดิต ซึ่งภายใต้ T-VER นี้เรียกว่า “TVERs” ไปขายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจในประเทศได้ ทั้งนี้ อบก. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และขั้นตอนในการพัฒนาโครงการ ระเบียบวิธีการในการลดก๊าซเรือนกระจก (Methodology) การขึ้นทะเบียนและการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจก โดยจะต้องเป็นโครงการที่ก่อให้เกิดการลด/ดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อน, เพิ่มแหล่งกักเก็บก๊าซเรือนกระจก มีรายได้เพิ่มจากการซื้อ-ขาย บริษัทฯ จึงได้สมัครเข้าร่วมโครงการดังกล่าวของ อบก. ผ่านบริษัทย่อยสำหรับโครงการดังต่อไปนี้

    1. ชื่อโครงการ: โครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ที่นครสวรรค์ ประเทศไทย (Solar Farm at Nokhonsawan, Thailand) ของบริษัทย่อย - บจ. อีเอ โซล่า นครสวรรค์ โดยคณะอนุกรรมการฯ อบก. เห็นชอบรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากโครงการนี้ สำหรับเดือนธันวาคม 2558 ถึง เดือน พฤศจิกายน 2559 อยู่ที่จำนวน 106,148 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)

    2. ชื่อโครงการ: โครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ที่ลำปาง ประเทศไทย (Solar Farm at Lumpang, Thailand) ของบริษัทย่อย - บจ. อีเอ โซล่า ลำปาง โดยคณะอนุมกรรมการฯ อบก. เห็นชอบรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากโครงการนี้ สำหรับเดือน ธันวาคม 2558 ถึง เดือนพฤศจิกายน 2559 อยู่ที่จำนวน 111,104 ตันคาร์บอนไดออกโซด์เทียบเท่า (tCO2e)

    3. ชื่อโครงการ: โครงการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ที่พิษณุโลก ประเทศไทย (Solar Farm at Pisanulok, Thailand) ของบริษัทย่อย - บจ. อีเอ โซล่า พิษณุโลก โดยคณะอนุกรรมการฯ อบก. เห็นชอบรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้จากโครงการนี้ สำหรับเดือนเมษายน 2559 ถึง เดือนกันยายน 2559 อยู่ที่จำนวน 63,178 ตัวคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e)

    ซึ่งในปี 2560 บริษัทฯ ยังคงดำเนินการเก็บสะสมปริมาณก๊าซเรือนกระจกของทั้ง 3 โครงการอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่ระหว่างมีมติเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการฯ ของ อบก. ในการรับรองปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้



    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม

    • โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม (โครงการหาดกังหัน 1-3) ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ดังนี้

         • โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม (โครงการหาดกังหัน 1) ขนาดกำลังการผลิต 36 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดสงขลา ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ให้แก่ กฟผ. เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 เวลา 12.00 น. และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ ในวันเวลาดังกล่าวเช่นกัน

         • โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม (โครงการหาดกังหัน 2) ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ให้แก่ กฟผ. เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2560 เวลา 12.00 น. และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ ในวันเวลาดังกล่าวเช่นกัน

         • โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม (โครงการหาดกังหัน 3) ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ให้แก่ กฟผ. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 เวลา 12.00 น. และเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ ในวันเวลาดังกล่าวเช่นกัน

    • ตามที่บริษัทฯ ได้รับอนุมัติให้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลุงทน (BOI) สำหรับโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ที่จังหวัดชัยภูมิ จำนวน 5 โครงการ (ในนามบริษัทฯ) นั้น ปัจจุบันคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 ได้ออกบัตรส่งเสริมโดยโอนให้แก่บริษัทในเครือดังนี้

         • บริษัทย่อยทางอ้อม – บริษัท นายางกลัก พัฒนา จ??ำกัด กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (โครงการหนุมาน 1) ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์

         • บริษัทย่อยทางอ้อม – บริษัท โป่งนก พัฒนา จำกัด กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (โครงการหนุมาน 5) ขนาดกำลังการผลิต 48 เมกะวัตต์

         • บริษัทย่อยทางอ้อม – บริษัท นายางกลัก พลังลม จำกัด กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (โครงการหนุมาน 8) ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์

         • บริษัทย่อยทางอ้อม – บริษัท เบญจรัตน์ พัฒนา จำกัด กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (โครงการหนุมาน 9) ขนาดกำลังการผลิต 42 เมกะวัตต์

         • บริษัทย่อยทางอ้อม – บริษัท บ้านชวน พัฒนา จำกัด กิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (โครงการหนุมาน 10) ขนาดกำลังการผลิต 80 เมกะวัตต์

    โดยทั้ง 5 โครงการนี้ จะได้รับการส่งเสริมการลงทุนในประเภท 7.1 กิจการสาธารณูปโภคและบริการพื้นฐาน และให้ได้รับสิทธิและประโยชน์ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน พ.ศ. 2520 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติส่งเสริมการลงทุน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2544 เช่น แต่ละโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการเป็นระยะเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ และหลังจากนั้นจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิ ที่ได้จากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติเป็นเวลาอีก 5 ปี เป็นต้น



    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า

    • บริษัทย่อยทางตรง – บริษัท พลังงานมหานคร จำกัด ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เพื่อผลักดัน “โครงการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า” ภายใต้เครื่องหมายการค้า “EA Anywhere” โดยเปิดให้บริการแห่งแรกเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 ที่อาคารจอดรถศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น GA NORTH, ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ชั้น GB



    พัฒนาการด้านอื่น

    • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้พิจารณาให้หลักทรัพย์ของบริษัทฯ ย้ายจาก ตลาดเอ็มเอไอ (MAI) เข้าซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2560 เป็นต้นไป นอกจากนี้ หลักทรัพย์ของบริษัทฯ ยังได้รับการพิจารณานำเข้าไปรวมใน SET50 index ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 และรวมใน FTSE SET Large Cap ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2560

    • บริษัทฯ ได้รับรางวัล “Thailand Top Company Awards 2017 Top Business Strategy Award” ในฐานะเป็นบริษัทที่มีผลงานโดดเด่นเป็นที่ยอมรับในด้านการสร้างสรรค์กลยุทธ์ธุรกิจ ซึ่งจัดขึ้นโดย นิตยสาร Business+ ร่วมกับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (คณะบริหารธุรกิจ)

    • บริษัทฯ ได้รับรางวัล “หุ้นขวัญใจมหาชน ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)” เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน ซึ่งจัดขึ้นโดยหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

    • บริษัทฯ ได้รับรางวัล “Outstanding Investor Relations Awards” ในงาน SET Awards 2017 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวารสารการเงินธนาคาร

    • โครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทฯ ได้รับรางวัลจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) แบ่งเป็นโล่เกียรติยศจำนวน 3 รางวัล และประกาศนียบัตร 3 รางวัล จากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดลำปาง และจังหวัดพิษณุโลก และโล่เกียรติยศ จำนวน 1 รางวัล จากโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (โครงการหาดกังหัน) จังหวัดสงขลา และจังหวัดนครศรีธรรมราช













  • 2559



    พัฒนาการที่สำคัญเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว

    1) บริษัทฯ เข้าร่วมทุนในบริษัท เอ็มมา คอร์ปอเรชั่น จำกัด (“EMMA”) โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 50 ของทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 1,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจ เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้า

    2) เพิ่มทุนจดทะเบียนในบริษัทย่อย ดังต่อไปนี้

    • เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท สุรชัย (1997) โซล่าร์ จำกัด (“SR (1997) SOLAR”) จากเดิม 12,000,000 บาท เป็น 190,500,000 บาท โดย การออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 178,500 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียนบริษัท สุรชัย (1997) โซล่าร์ จำกัด (“SR (1997) SOLAR”) จากเดิม 1,000,000 บาท เป็น 179,500,000 บาท โดย การออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 178,500 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ โซล่า จำกัด (“EA SOLAR”) จากเดิม 200,000,000 บาท เป็น 550,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 3,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ โซล่า นครสวรรค์ จำกัด (“ESN”) จากเดิม 1,690,000,000 บาท เป็น 5,590,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญ ใหม่จำนวน 390,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท ลม ก้าวหน้า จำกัด (“WPGS”) จากเดิม 50,300,000 บาท เป็น 1,879,500,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 182,920,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท ลม ทศภูมิ จำกัด (“WTSP”) จากเดิม 36,200,000 บาท เป็น 1,670,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 163,380,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท เบญจรัตน์ พัฒนา จำกัด (“BJRD”) จากเดิม 22,100,000 บาท เป็น 876,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 85,390,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท โป่งนก พัฒนา จำกัด (“PND”) จากเดิม 24,100,000 บาท เป็น 1,002,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 97,790,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท บ้านชวน พัฒนา จำกัด (“BCD”) จากเดิม 32,100,000 บาท เป็น 1,669,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 163,690,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท ลม นายางกลัก จำกัด (“WNYK”) จากเดิม 44,300,000 บาท เป็น 1,879,500,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 183,520,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท นายางกลัก พัฒนา จำกัด (“NYKD”) จากเดิม 20,100,000 บาท เป็น 939,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 91,890,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท นายางกลัก พลังลม จำกัด (“NWP”) จากเดิม 20,100,000 บาท เป็น939,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่ จำนวน 91,890,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท

    3) ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติการออกและเสนอ ขายหุ้นกู้ในวงเงินไม่เกิน 10,000 ล้านบาท เพื่อนมาชำระคืนเงินกู้สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ และใช้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า พลังงานลม ซึ่งชนิดของหุ้นกู้เป็นหุ้นกู้ทุกประเภท และรูปแบบ (มีหลักประกันหรือไม่มีหลักประกัน) เป็นการเสนอขายคราวเดียวหรือหลายคราว หรือ เป็นโครงการ หรือในลักษณะหมุนเวียน (Revolving) ให้แก่ประชาชนทั่วไป หรือผู้ลงทุนโดย เฉพาะเจาะจง หรือ ผู้ลงทุนสถานบันในคราว เดียวกันหรือต่างคราวกันได้ โดยมีอายุไม่เกิน 10 ปี นับตั้งแต่วันออกหุ้นกู้ในแต่ละคราว (ดูข้อมูลการ ออกหุ้นกู้ ในหัวข้อ การออกหลักทรัพย์อื่น)

    4) บริษัทฯ ขยายการดำเนินธุรกิจโดยเข้าลงทุน ใน Amita Technologies Inc. (“Amita”) ซึ่ง ประกอบธุ รกิ จพั ฒนาและผลิ ตแบตเตอรี่ เป็ นบริ ษั ทจดทะเบียนภายใต้กฎหมายของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และเป็นบริษัทจดทะเบียนใน Emerging Stock Market (ESM) ของตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ในสัดส่วนร้อยละ 35.20 ของจำนวนหุ้นที่ออกและ จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ Amita ด้วยมูลค่าการ ลงทุนรวม 618,915,115 ดอลล่าร์ไต้หวัน

    5) บริษัทฯ ยื่นคำขอเข้าต่อตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย เพื่อพิจารณาอนุมัติให้หลักทรัพย์ของ EA ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) (ย้ายหลักทรัพย์ EA จาก mai ไป SET) และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้แจ้งผลการ พิจารณา โดยเห็นควรให้หลักทรัพย์จดทะเบียนของ EA จำนวน 3,730,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท รวม 373,000,000 บาท ซื้อขายใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดย จัดให้อยู่ในกลุ่มทรัพยากร หมวดพลังงานและ สาธารณูปโภค และใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลัก ทรัพย์ว่า “EA” เช่นเดิม โดยตั้ งแต่ วั นที่ 6 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจไบโอดีเซล

    1) บริษัทฯ เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันไบโอดีเซล (B100/MB) ที่ได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน RSPO และเริ่มรายงานผลการดำเนินการทั้งหมดของ บริษัทฯ ผ่านระบบของ RSPO eTrace โดยเริ่ม จำหน่ายในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2559

    2) บริษัทฯ เริ่มแผนการดำเนินงานขอรับรอง มาตรฐานระบบการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม (EMS) และระบบการจัดการ อาชีวอนามัยความปลอดภัย (OH&S) ISO 14001: 2005 & OHSAS 18001: 2007 (Environmental & Occupational Health and Safety Management System) ซึ่งคาดว่าจะได้รับ การรับรองมาตรฐาน ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560

    3) บริษัทฯ ยังคงรักษาระบบบริหารจัดการมาตรฐาน การผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน (Roundtable on Sustainable Palm Oil: RSPO) ระบบบริหารงาน คุณภาพ ISO 9001: 2008 (Quality Management Systems) และมาตรฐาน Kosher จากผู้ให้การ รับรอง ตลอดระยะเวลาในช่วงปี 2559

    4) บริษัทฯ เริ่มการขายไบโอดีเซล B100 ให้กับ บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด (Shell) เป็นปีแรก



    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

    1) บริษัทย่อย - บริษัท อีเอ โซล่า จำกัด ได้รับการ รับรอง จาก URS Thailand (United Registrar of Systems (Thailand) Ltd) ในด้านการจัดการ สิ่งแวดล้อม และการบริหารคุณภาพ ดังนี้

    • ระบบบริหารจัดการคุณภาพ ISO 9001 : 2008 (หมายเลขใบอนุญาต 73337/B/0001/UK/En) เป็นระบบมาตรฐานสากลที่องค์กรให้ความสำคัญ เพื่ อความเป็ นเลิศทางด้านคุ ณภาพ และความมี ประสิทธิภาพของการดำเนินงานภายในองค์กร

    • ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001 : 2004 (หมายเลขใบอนุญาต 73337/A/0001/UK/En) เป็น ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม มอก. (Environmental Management System) ตามมาตรฐานสากลที่มี ความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรให้ก้าวหน้าและ เป็นที่ยอมรับทั้งในเชิงพาณิชย์และสังคม โดยมุ่งเน้น ให้ความสำคัญของการจัดการสิ่งแวดล้อมด้าน มลพิษ ให้เกิดการพัฒนาสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการ พัฒนาธุรกิจต่อไป

    2) โรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลัง การผลิต 90 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดพิษณุโลก ได้เริ่ม จำหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ให้แก่ กฟผ. เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2559 และรับรู้รายได้จากโครงการในวันดังกล่าว



    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม

    ดำเนินการก่อสร้างโครงการโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหาดกังหัน 1-3 และเตรี ยมการเพื่ อเริ่มก่ อสร้างโครงการโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหนุมาน 1, 5, 8, 9,10

    พัฒนาการด้านอื่น

    1) บริษัทฯ ได้รับรางวัล “Thailand Top Company Awards 2016 Fast-growing Company Award” ในฐานะเป็นบริษัทที่ประสบความสำเร็จในระดับ สูงสุดของประเทศ และเป็นบริษัทที่มีความโดดเด่น ในด้านผลประกอบการเติบโตอย่างรวดเร็วทั้งยอด ขายและกำไร ซึ่งจัดขึ้นโดย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย (คณะบริหารธุรกิจ) ร่วมกับ นิตยสาร Business

    2) บริษัทฯ ได้รับรางวัล “หุ้นขวัญใจมหาชน ตลาด หลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)” เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จัดโดยหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ ร่วมกับตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ

    3) บริษัทฯ ได้รับรางวัล MONEY & BANKING AWARDS 2016 ประเภท “บริษัท mai ยอดเยี่ยม แห่งปี 2016” 2 ปี ซ้อน ซึ่งจัดขึ้นโดยวารสารการเงิน ธนาคาร

    4) บริษัทฯ ได้รับรางวัล “THE BIZZ 2016 World Business Leader” และนายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ได้รับรางวัล “THE BIZZ 2016 World Leader Businessperson” ในฐานะที่เป็นผู้นำจากการใช้นวัตกรรม ความรู้ และการทำงานอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้บริษัท ประสบผลสำเร็จอย่างสูง ซึ่งจัดขึ้นโดย World Confederation of Businesses

    5) บริษัทฯ ได้รับรางวัล “Outstanding Investor Relations Awards” และรางวัล “Best Investor Relations Awards” ในงาน SET Awards 2016 ซึ่ง จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวารสาร การเงินธนาคาร

    6) รางวัล “APEA 2016” โดยนายอมร ทรัพย์ทวีกุล กรรมการ และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ได้รับรางวัล The Asia Pacific Entrepreneurship Awards 2016 - Most Promising Category จาก Enterprise Asia ซึ่งเป็น ผู้บริหารที่มีความมุ่งมั่น มีวิสัยทัศน์ และสามารถ นำพาบริษัทให้เติบโตได้โดยบรรลุตามเป้าหมายที่วาง ไว้ ทั้งนี้ Enterprise Asia เป็นหน่วยงาน Regional non - governmental organization (NGO) และ บทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการชั้นนำในแถบ Asia Pacific













  • 2558



    พัฒนาการที่สำคัญเกี่ยวกับทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ รีนิวเอเบิล โฮลดิง จำกัด เป็น 7,429,200,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ โซล่า ลำปาง จำกัด เป็น 2,125,000,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ โซล่า พิษณุโลก จำกัด เป็น 2,125,000,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 1 จำกัด เป็น 98,470,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 2 จำกัด เป็น 123,065,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 3 จำกัด เป็น 2,457,065,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท ลม นายางกลัก จำกัด เป็น 44,300,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท นายางกลัก พัฒนา จำกัด เป็น 20,100,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท นายางกลัก พลังลม จำกัด เป็น 20,100,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท ลม ก้าวหน้า จำกัด เป็น 50,300,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน โป่งนก พัฒนา จำกัด เป็น 24,100,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท เบญจรัตน์ พัฒนา จำกัด เป็น 22,100,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท บ้านชวน พัฒนา จำกัด เป็น 32,100,000 บาท

    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจไบโอดีเซล

    • ปรับปรุงกระบวนการผลิต Gly-Trans ซึ่งเปลี่ยนรูปกรดไขมันอิสระ (PFAD) จากกระบวนการกลั่นแยกน้ำมันปาล์ม (Refinery Palm Oil) ให้เป็น RBD ได้ โดยสามารถผลิตได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2558

    • รักษาการจัดการระบบคุณภาพ มาตรฐาน ISO 9001, มาตรฐาน RSPO และ มาตรฐาน Kosher ตลอดระยะเวลาในช่วงปี 2558



    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

    • โครงการโรงผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ ที่ จังหวัดลำปาง ได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) ให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558 และจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการฯ ดังกล่าว

    • ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ จังหวัดพิษณุโลก ขนาดกำลังการผลิต 90 เมกะวัตต์ โดยได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการเป็นระยะเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ และหลังจากนั้นจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติเป็นเวลาอีก 5 ปี



    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม

    • ได้รับมติอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในโครงการหาดกังหัน 1, 2, 3 โดยแต่ละโครงการได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการเป็นระยะเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ และหลังจากนั้นจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติเป็นเวลาอีก 5 ปี

    • ได้รับมติอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในโครงการหนุมาน 1, 5, 8, 9, 10 โดยแต่ละโครงการได้รับสิทธิประโยชน์ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการประกอบกิจการเป็นระยะเวลา 8 ปี นับแต่วันที่เริ่มมีรายได้จากการประกอบกิจการ และหลังจากนั้นจะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากการลงทุนในอัตราร้อยละ 50 ของอัตราปกติเป็นเวลาอีก 5 ปี

    • เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ กฟผ. เพื่อขายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดจากโครงการหนุมาน 1, 5, 8, 9, 10 ให้แก่ กฟผ.

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 1 จำกัด เป็น 98,470,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 2 จำกัด เป็น 123,065,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 3 จำกัด เป็น 2,457,065,000บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท ลม นายางกลัก จำกัด เป็น 44,300,000บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท นายางกลัก พัฒนา จำกัด เป็น 20,100,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท นายางกลัก พลังลม จำกัด เป็น 20,100,000บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท ลม ก้าวหน้า จำกัด เป็น 50,300,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน โป่งนก พัฒนา จำกัด เป็น 24,100,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท เบญจรัตน์ พัฒนา จำกัด เป็น 22,100,000 บาท

    • เพิ่มทุนจดทะเบียน บริษัท บ้านชวน พัฒนา จำกัด BCD เป็น 32,100,000 บาท









  • 2557



    ด้านธุรกิจไบโอดีเซล

    • บริษัทฯ ปรับปรุงกระบวนการผลิตไบโอดีเซล (B100) อย่างต่อเนื่องจากปี 2556 ทำให้ภาพรวมการผลิตที่ระดับ 800,000 ลิตรต่อวันของบริษัทฯ เป็นไปด้วยความราบรื่นซึ่งสามารถติดตั้งและดำเนินการผลิตได้ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2557

    • บริษัทฯ ปรับปรุงกระบวนการผลิตกลีเซอลีนบริสุทธิ์โดยเพิ่มอุปกรณ์ให้ความร้อนส่วนกลั่น ทำให้สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งติดตั้งแล้วเสร็จและดำเนินการผลิตได้ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2557

    • บริษัทฯ เริ่มดำเนินการผลิตกระบวนการ Glycerolysis ซึ่งเปลี่ยนรูปกรดไขมันอิสระ (PFAD) จากกระบวนการกลั่นแยกน้ำมันปาล์ม (Refinery Palm Oil) ให้เป็นน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) โดยสามารถผลิตได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2557

    • บริษัทฯ ยังคงรักษาการจัดการระบบคุณภาพ มาตรฐานISO 9001, มาตรฐาน RSPO และมาตรฐาน Kosher ได้ ตลอดระยะเวลาในช่วงปี 2557


    ด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

    • เดือนสิงหาคมบริษัทฯจัดตั้งบริษัทย่อยรวม 5 บริษัทดังต่อไปนี้
    1. บริษัท อีเอ รีนิวเอเบิล โฮลดิง จำกัด
    2. บริษัท อีเอ โซล่า พิษณุโลก จำกัด
    3. บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 1 จำกัด
    4. บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 2 จำกัด
    5. บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 3 จำกัด

    • เดือนกันยายน บริษัทฯ ปรับโครงสร้างการถือหุ้นภายในเครือโดยบริษัทฯ ได้ขายหุ้นในบริษัท อีเอโซล่า ลำปาง จำกัดในส่วนที่บริษัทฯ ถือไว้ทั้งหมด จำนวน 199,999,997 หุ้นหรือร้อยละ 99.99 ให้แก่บริษัท อีเอรี นิวเอเบิล โฮลดิง จำกัด

    • เดือนพฤศจิกายน บริษัทฯ จัดตั้งบริษัทย่อยรวม 8 บริษัท
    1. บริษัท ลม นายางกลัก จำกัด
    2. บริษัท นายางกลัก พัฒนา จำกัด
    3. บริษัท นายางกลัก พลังลม จำกัด
    4. บริษัท ลม ก้าวหน้า จำกัด
    5. บริษัท เบญจรัตน์ พัฒนา จำกัด
    6. บริษัท โป่งนก พัฒนา จำกัด
    7. บริษัท ลม ทศภูมิ จำกัด
    8. บริษัท บ้านชวน พัฒนา จำกัด


    พัฒนาการที่สำคัญด้านธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานลม

    • จัดตั้ง บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 1 จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ขนาดกำลังการผลิต 36 เมกะวัตต์ จังหวัดสงขลา ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำ นวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัทอีเอ รีนิวเอเบิล โฮลดิง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.970

    • จัดตั้ง บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 2 จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ขนาดกำ ลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัทอีเอ รีนิวเอเบิล โฮลดิง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.9

    • จัดตั้ง บริษัท อีเอ วินด์ หาดกังหัน 3 จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ขนาดกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัท อีเอ รีนิวเอเบิล โฮลดิง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.970

    • จัดตั้งบริษัท ลม นายางกลัก จำกัด เพื่อลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมที่จังหวัดชัยภูมิ ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 300,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 30,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.990

    • จัดตั้งบริษัท นายางกลัก พัฒนา จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ที่จังหวัดชัยภูมิ ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัท ลม นายางกลัก จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.970

    • จัดตั้งบริษัท นายางกลัก พลังลม จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ที่จังหวัดชัยภูมิ ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาทแบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัท ลม นายางกลัก จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.970

    • จัดตั้งบริษัท ลม ก้าวหน้า จำกัด เพื่อลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมที่จังหวัดชัยภูมิ ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 300,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 30,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.990

    • จัดตั้งบริษัท เบญจรัตน์ พัฒนา จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ที่จังหวัดชัยภูมิด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาทโดยปัจจุบัน บริษัท ลม ก้าวหน้า จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.970

    • จัดตั้งบริษัท โป่งนก พัฒนา จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ที่จังหวัดชัยภูมิ ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบันบริษัท ลม ก้าวหน้า จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.970

    • จัดตั้งบริษัท ลม ทศภูมิ จำกัด เพื่อลงทุนในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลม ที่จังหวัดชัยภูมิ ด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 200,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 20,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.985

    • จัดตั้งบริษัท บ้านชวน พัฒนา จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานลมที่จังหวัดชัยภูมิด้วยทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้ว 100,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยปัจจุบัน บริษัท ลม ทศภูมิ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.970

    • เข้าทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) กับ กฟผ. เพื่อขายกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดจากโครงการหาดกังหัน 1, 2, 3 ให้แก่ กฟผ.

  • 2556



    - เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ เพิ่มจาก
    317,000,000 บาท เป็น 373,000,000 บาท
    - ปรับปรุงกำลังการผลิตไบโอดีเซลเป็น 800,000 ลิตร/วัน
  • 2555



    - หยุดดำเนินธุรกิจก๊าซปิโตรเลียมเหลว
    - เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจาก 305 ล้านบาท
    เป็น 317 ล้านบาท
    - ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน
    (Roundtable on Sustainable Palm Oil ; RSPO)
    - ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต
    แห่งประเทศไทย ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
    อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ขนาดกำลังการผลิต
    90 เมกะวัตต์
    - ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพ ISO
    9001 : 2008 จาก URS Thailand
  • 2554



    - เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจาก 250 ล้านบาท เป็น 305 ล้านบาท
    - เริ่มขยายธุรกิจไปยังธุรกิจผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าพลังงาน
    แสงอาทิตย์ ขนาด 8 เมกะวัตต์ ที่ลพบุรี ภายใต้ บริษัท อีเอ โซล่า
    จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เพื่อขายไฟฟ้าให้แก่การไฟฟ้า
    ส่วนภูมิภาค
    - ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
    ประเทศไทย ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์
    อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงาน
    แสงอาทิตย์ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง โดยมีขนาดกำลัง
    การผลิตโครงการละ 90 เมกะวัตต์
  • 2553



    - ขยายกำลังการผลิตไบโอดีเซลเป็น 800,000 ลิตรต่อวัน
    และขยายกำลังการผลิตกลีเซอรีนบริสุทธิ์เป็น 80 ตันต่อวัน
    - บริษัทได้เริ่มดำเนินธุรกิจค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว
    (Liquefied Petroleum Gas ; LPG)
  • 2552



    - ก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่แล้วเสร็จ ทำให้บริษัทมีขนาดกำลัง
    การผลิตไบโอดีเซล เท่ากับ 400,000 ลิตรต่อวัน และ
    กลีเซอรีนบริสุทธิ์ ขนาดกำลังการผลิต 40 ตันต่อวัน
  • 2551



    - จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทขึ้น ในชื่อเดิมคือ บริษัท ซันเทค
    ปาล์มออยส์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท และ
    ก่อสร้างโรงงานผลิตไบโอดีเซล ที่นิคมอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี
    จังหวัดปราจีนบุรี
    - จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนและเปลี่ยนชื่อ
    เป็น บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน)
  • 2549



    - เพิ่มทุนจดทะเบียนชำระแล้วจาก 50 ล้านบาท
    เป็น 250 ล้านบาท
    - เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้เป็น 0.1 บาท ต่อหุ้น